ดูหนังใหม่ ออนไลน์ เต็มเรื่อง กับ HOTMOVIEHD

Suffragette

ดูหนังออนไลน์ Suffragette เนอสเซอรี่เลี้ยงผี HD ดูหนัง เต็มเรื่อง มาสเตอร์

รายละเอียดของหนัง

ชือสากล : Suffragette

ประเภท : Drama, History

กำกับ : Sarah Gavron

นักแสดงนำ : Carey Mulligan, Anne-Marie Duff, Helena Bonham

วันที่เข้าฉาย : 03/12/2015

อ่านข้อมูลก่อนดูหนังเต็มเรื่อง

Suffragette จะเรียกว่าเป็นหนังเรียกร้องสิทธิสต รีที่รวมพลังของผู้หญิงทั้งเบื้อหน้าและเบื้องหลังก็คงไม่ผิดนัก เพราะ ได้รับการกำกับโดย ซาราห์ แกฟรอน ผู้กำกับหญิงมือรางวัลที่ทะยานมารับหน้าที่กำกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องแรก พร้อมทั้งดึงเอบี มอร์แกน นักเขียนบทมือทองที่เคยเขียนบทเรื่อง Shame และ The Iron Lady จนได้รับรางวัลออสการ์มาแล้วมาเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่เพียงเท่านั้น หนังยังได้นักแสดงหญิงมือดีอย่าง เมอรีล สตีพ, แครี่ มัลลิแกนและ เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ มารับหน้าที่นักแสดงนำอีกด้วย เรียกว่าเป็นการรวมพลังของผู้หญิง เพื่อสร้างหนังผู้หญิงจริงๆเป็นภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นจากเรื่องจริงโดยแอบี้ มอร์แกนเป็นผู้เขียนบท เธอโด่งดังมาจากดูหนังเกี่ยวกับผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาต่อสู้อย่าง The Iron Lady และ Shame โดยภาพยนตร์เต็มเรื่อง ได้ แซร่าห์ แกฟรอน จาก Brick Lane  มานั่งแท่นผู้กำกับ และยังมีนักแสดงสมทบของหนังที่มากฝีมือออย่างเฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์, เบน วิชอว์, เบรนแดน กลีสัน และ แอน-แมรี ดัฟฟ์ มาร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ด้วย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะกำหนดเข้าฉายในอังกฤษช่วงเดือนกันยายน แต่ในไทยต้องรอปลายปี

 

Suffragette หนังดีที่ผู้หญิงควรดู

Suffragette เป็นเรื่องราวการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีที่อิงจากประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักรปี 1912 เมื่อมอดด์ วัตส์ หญิงสาวชาวโรงงานผู้ถูกกดขี่ข่มเหงมานานตัดสินใจเข้าร่วมร่วมกลุ่มเรียกร้องสิทธิสตรี ซึ่งต้องแลกด้วยการเดินเท้า การต้องละทิ้งครอบครัว เพื่อทำลายระบบการเมืองที่กดขี่ข่มเหงสิทธิสตรีอยู่ไม่ให้มีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง กลุ่มเรียกร้องสิทธิสตรีจึงพยายามที่จะให้ตัวเองได้สิทธิ์นั้น เพราะเป็นหนทางที่จะช่วยให้พวกเธอสามารถแก้ไขปัญหาที่เพศหญิงถูกกดขี่ และทำให้ผู้หญิงก้าวไปยืนแถวหน้าได้ในที่สุดจะบอกเล่าให้คุณทราบถึงเรื่องราวของผู้หญิงที่ลุกฮือกันขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์ของพวกเธอ เพราะในสมัยก่อน มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง เหตุการณ์กล่าวเป็นฉนวนของการต่อสู้ของกลุ่มสิทธิสตรี ในสมัยที่เปลี่ยนเข้าระบบการปกครองในช่วงศตวรรษที่ 20 เต็มเรื่องมีนักแสดงนำ 2 คน คือ แครี่ มัลลิแกน รับบทเป็นม้อด เธอคือนักต่อสู้เดินเท้าที่ยอมทิ้งทุกอย่างในชีวิตทั้ง ครอบครัว และอนาคตไว้ข้างหลัง เพราะว่าเธอมีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าร่างเล็กๆ ของเธอมาก เธอลุกขึ้นต่อสู้กับระบบการเมืองอันฉ้อฉลของสหราชอาณาจักร โดยหวังว่าวันหนึ่งผู้หญิงทั้งหลายจะได้มาซึ่งสิทธิการเลือกตั้งอย่างเท่าเทียมกับเพศชายในประเทศของเธอ นอกจากนี้ ดูหนังยังมีเมอริล สตรีป อีกหนึ่งแกนนำคนสำคัญที่คอยปลุกระดมให้ผู้หญิงออกมาเรียกร้องสิทธิของตนเอง รับบทโดยเอมเมไลน์ แพงค์เฮิร์สท์ เธอเป็นบุกเบิกการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีในประเทศอังกฤษ และนิตยสารไทมส์ ยังได้ยกย่องว่าเธอเป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก เพราะเธอเป็นกำลังหนุนสำคัญในการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจฟังดูธรรมดาๆ สำหรับคนในปัจจุบัน เพราะในสังคมทุกวันนี้ ชายและหญิงต่างมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันแล้ว แต่ถ้าหากใครได้ทราบถึงประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปีก่อน จะพบว่าผู้ชายนั้นมีอิทธิพลต่อประเทศชาติและบ้านเมืองกว่าผู้หญิง ซึ่งต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ทำอาหารและงานบ้านเพื่อเลี้ยงลูกไปวันๆ มาก ว่ากันว่าพ่อแม่ในสมัยก่อนไม่ค่อยอยากให้ลูกผู้หญิงมีการศึกษา เพราะนั่นจะทำให้ควบคุมเธอยากขึ้น แต่ก่อนมีผู้หญิงได้เรียนในมหาวิทยาลัยน้อยมาก ส่วนใหญ่มักเรียนไม่จบ เพราะจะลาออกกลางครันเพื่อมาแต่งงานเสียมากกว่า ว่ากันว่าการเข้ามหาวิทยาลัยของผู้หญิงสมัยนั้น เป็นไปเพื่อการหาสามีที่ดีที่จะเลี้ยงดูครอบครัวของเธอได้นั่นเอง ภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นจากเรื่องจริงโดยแอบี้ มอร์แกนเป็นผู้เขียนบท เธอโด่งดังมาจากภาพยนตร์เกี่ยวกับผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาต่อสู้อย่าง The Iron Lady และ Shame โดยดูหนังเรื่องนี้ได้ แซร่าห์ แกฟรอน จาก Brick Lane มานั่งแท่นผู้กำกับ และยังมีนักแสดงสมทบของหนังที่มากฝีมือออย่างเฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์, เบน วิชอว์, เบรนแดน กลีสัน และ แอน-แมรี ดัฟฟ์ มาร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Suffragette ด้วย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะกำหนดเข้าฉายในอังกฤษช่วงเดือนกันยายน แต่ในไทยต้องรอปลายปี

 

Suffragette
Suffragette ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่ถ้าหากหนังจะหยิบเอาประเด็นเรื่องสิทธิสตรีมาพูด เพราะเป็นสิ่งที่สังคมผู้หญิงเรียกร้องมาเป็นเวลาช้านานและมีการนำเสนอผ่านทั้งภาพยนตร์และสารคดีหลายๆเรื่อง แต่นี่ก็ถือว่าเป็นหนังเพื่อสิทธิสตรีที่รวมพลังสตรีระดับแนวหน้าของวงการภาพยนตร์มาร่วมงานกันเลยทีเดียว นี่จึงเป็นหนังที่มีความน่าสนใจระดับห้าดาว ซึ่งเราหวังว่าจะได้เห็นการเรียกร้องสิทธิสตรีที่มากกว่า และลึกกว่าหนังเรื่องก่อนๆที่เคยผ่านมา ซึ่งต้องยอมรับว่าแม้โลกจะผ่านการเดินทางมาจนถึงปัจจุบัน แต่เพศหญิงนั้นก็ยังไมได้รับสิทธิที่เท่าเทียมอย่างแท้จริง มีหลายๆงาน หลายๆอย่างที่ยังถูกจำกัดไว้สำหรับผู้ชาย หรือบางครั้งอาจจะไม่ได้ถูกจำกัดโดยข้อกฎหมาย แต่โดยทางสังคมแล้ว เพศชายจะได้รับการยอมรับมากกว่า โดยเฉพาะบทบาทในฐานะผู้นำด้านต่างๆ เอบี มอร์แกน ผู้เขียนบทได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขียนบทเรื่องนี้ด้วยจุดประสงค์เนื่องจากเธอยังมองเห็นการกดขี่ข่มเหงและความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง และเพื่อให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงว่าสามารถยืนอยู่แถวหน้าของสังคมได้เช่นเดียวกัน นอกจากเบื้องหลังที่น่าจับตาแล้ว รายชื่อนักแสดงนำก็ทำให้หลายคนไม่ยอมพลาดภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้เด็ดขาด แน่นอนว่าชื่อเมอรีล สตรีพ ย่อมการันตีได้ถึงชั้นเชิงการแสดงที่สุดยอด ถ้าใครอยากจะสัมผัสพลังของผู้หญิง 3 ธันวาคมนี้ พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์จะบอกเล่าให้คุณทราบถึงเรื่องราวของผู้หญิงที่ลุกฮือกันขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์ของพวกเธอ เพราะในสมัยก่อน มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง เหตุการณ์กล่าวเป็นฉนวนของการต่อสู้ของกลุ่มสิทธิสตรี ในสมัยที่เปลี่ยนเข้าระบบการปกครองในช่วงศตวรรษที่ 20 มีนักแสดงนำ 2 คน คือ แครี่ มัลลิแกน รับบทเป็นม้อด เธอคือนักต่อสู้เดินเท้าที่ยอมทิ้งทุกอย่างในชีวิตทั้ง ครอบครัว และอนาคตไว้ข้างหลัง เพราะว่าเธอมีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าร่างเล็กๆ ของเธอมาก เธอลุกขึ้นต่อสู้กับระบบการเมืองอันฉ้อฉลของสหราชอาณาจักร โดยหวังว่าวันหนึ่งผู้หญิงทั้งหลายจะได้มาซึ่งสิทธิการเลือกตั้งอย่างเท่าเทียมกับเพศชายในประเทศของเธอ นอกจากนี้ ยังมีเมอริล สตรีป อีกหนึ่งแกนนำคนสำคัญที่คอยปลุกระดมให้ผู้หญิงออกมาเรียกร้องสิทธิของตนเอง รับบทโดยเอมเมไลน์ แพงค์เฮิร์สท์ เธอเป็นบุกเบิกการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีในประเทศอังกฤษ และนิตยสารไทมส์ ยังได้ยกย่องว่าเธอเป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก เพราะเธอเป็นกำลังหนุนสำคัญในการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ภาพยนตร์เต็มเรื่องนี้อาจฟังดูธรรมดาๆ สำหรับคนในปัจจุบัน เพราะในสังคมทุกวันนี้ ชายและหญิงต่างมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันแล้ว แต่ถ้าหากใครได้ทราบถึงประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปีก่อน จะพบว่าผู้ชายนั้นมีอิทธิพลต่อประเทศชาติและบ้านเมืองกว่าผู้หญิง ซึ่งต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ทำอาหารและงานบ้านเพื่อเลี้ยงลูกไปวันๆ มาก ว่ากันว่าพ่อแม่ในสมัยก่อนไม่ค่อยอยากให้ลูกผู้หญิงมีการศึกษา เพราะนั่นจะทำให้ควบคุมเธอยากขึ้น แต่ก่อนมีผู้หญิงได้เรียนในมหาวิทยาลัยน้อยมาก ส่วนใหญ่มักเรียนไม่จบ เพราะจะลาออกกลางครันเพื่อมาแต่งงานเสียมากกว่า ว่ากันว่าการเข้ามหาวิทยาลัยของผู้หญิงสมัยนั้น เป็นไปเพื่อการหาสามีที่ดีที่จะเลี้ยงดูครอบครัวของเธอได้นั่นเอง

ใครที่ชอบหนังแนวประวัติศาสตร์ และการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ สามารถจองบัตรเข้าชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้  ใครที่ชอบดูหนังแนวประวัติศาสตร์ และการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ สามารถจองบัตรเข้าชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ โดยมีกำหนดฉาย 3 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์